แมนฯ ยูไนเต็ด กับการขี้ตืดที่อันตราย

ถึงแม้จะตกเป็นข่าวกับนักเตะมากหน้าหลายตา แต่จนถึงตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งได้นักเตะหน้าใหม่ระดับที่พอจะเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในทันทีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น ได้แก่ แดเนี่ยล เจมส์ ปีกชาวเวลส์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาชาวอังกฤษ ที่ต่างก็มีอายุ 21 ปีทั้งคู่

    การเสริมทัพเพียงแค่นี้มันยังไม่เพียงพอสำหรับทีมที่ “เคยยิ่งใหญ่” www.ufabet369.net แต่ในฤดูกาลล่าสุดเป็นเพียงอันดับ 6 ในลีก ซ้ำยังไม่มีแชมป์ติดมือแม้แต่รายการเดียว จนทำให้พวกเขาไม่ได้แชมป์รายการอะไรเลยมา 2 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว ในขณะที่คู่แข่งร่วมลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จอย่างมาก

    ตอนนี้ ตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก กับมิดฟิลด์ตัวกลาง ถือเป็นตำแหน่งระดับที่ไม่ว่าจะหัวเด็ดตีนขาดยังไง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องเสริมทัพให้ได้อย่างละ 1 ตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งอื่นๆ อาจจะพิจารณาเสริมทัพเพิ่มได้ ซึ่งที่จริง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ก็เข้าใจถึงเรื่องนั้นดี

เพราะมันมีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเหล่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลัง เลสเตอร์ ซิตี้, บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลาง สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่ยิงกับแอสซิสต์ไปเยอะมากเมื่อฤดูกาลก่อน, ฌอน ลองสตาฟฟ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช มิดฟิลด์ ลาซิโอ อยู่

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ทั้ง 3 รายนั้นก็ยังไม่มีใครมาสวมเสื้อของ แมนฯ ยูไนเต็ด เลย ด้วยสาเหตุสำคัญคือ “ไม่สู้ค่าตัว” ซึ่งต้องบอกเลยว่าการที่พวกเขายังไม่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อนักเตะที่ต้องการถือเป็นทางเลือกที่ “ผิด”

    โอเค อย่างรายของ ลองสตาฟฟ์ อาจจะแพงเกินเหตุไปมาก จากการที่ว่ากันว่า “สาลิกาดง” ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้สูงลิบถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) ทั้งที่แข้งวัย 21 ปี เพิ่งได้ลงเล่นในเกม พรีเมียร์ลีก ไปเพียง 9 นัด แต่อย่างรายของ แม็กไกวร์, แฟร์นันด์ส และ มิลินโควิช-ซาวิช ต่างก็มีดีกรีที่ดูแล้วน่าจะพอช่วยทีมได้เป็นอย่างดี

    เลสเตอร์, สปอร์ติ้ง และ ลาซิโอ อาจจะตั้งค่าตัวแข้งคนสำคัญพวกเขาสูงเกินไปเมื่อพิจารณาจากมุมมองของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ตอนนี้ทีมของ โซลชา อยู่ในสถานะที่ “จำเป็นต้องจ่าย” ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขใดๆ ก็ตาม

ถ้าหากอยากจะกลับไปครองความยิ่งใหญ่อีกครั้ง พวกเขาไม่ใช่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล ที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งพอจนสามารถเลือกได้ว่านักเตะคนนี้แพงไปรึเปล่า หรือที่อาจจะสามารถต่อรองให้ทีมอื่นๆ ยอมลดราคาแข้งเป้าหมายของทีมได้

    โซลชา อาจจะออกมาบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ให้ดี เพราะจะได้ไม่เสียเงินมากเกินไป แต่ที่จริงแล้ว “ปีศาจแดง” ไม่มีทางเลือกมากนัก และจะว่าไป ตอนนี้เงินมันก็ไม่ใช่ปัญหาหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีสัญญากับ อาดิดาส ที่เซ็นกันนาน 10 ปี และทำให้ทีมได้เงินเข้ากระเป๋าฤดูกาลละ 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,075 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ผลการวิจัยของ สปอร์ติ้ง อินเทลลิเจนซ์ เว็บไซต์เกี่ยวกับธุรกิจของวงการฟุตบอลยังบอกว่า ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นทีมที่ได้เงินจากสปอนเซอร์หลักบนชุดแข่งเยอะที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ด้วย

    ตอนนี้สปอนเซอร์หลักบนชุดแข่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แก่ Chevrolet บริษัทผลิตรถยักษ์ใหญ่ ซึ่งพวกเขาก็ได้เงินจากสปอนเซอร์เจ้าดังกล่าวถึง 64 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,624 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล ขนาดที่ 2 อย่าง แมนฯ ซิตี้ ยังได้เงินด้านนี้เพียงซีซั่นละ 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) เท่านั้น

 ยิ่งไปกว่านั้น การปิดดีลกับนักเตะที่เป็นเป้าหมายช้าอย่างนี้มันก็ส่งผลกับการเตรียมความพร้อมของทีมด้วย โดยต่อให้พวกเขาปิดดีลกับใครได้ก็ตามใน 2-3 วันต่อจากนี้ แต่แข้งเหล่านั้นก็ไม่น่าจะมาร่วมทัวร์ช่วงปรี-ซีซั่นที่สหรัฐอเมริกาได้แน่นอน

    ทั้งนี้ พอจบโปรแกรมทัวร์ที่แดนลุงแซมไปแล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเหลือเกมอุ่นแข้งให้เล่นอีกเพียง 2 นัด ได้แก่เกมกับ คริสเตียนซุนด์ ทีมจากลีกนอร์เวย์ และ กับ เอซี มิลาน ก่อนที่จะเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการเจอกับ เชลซี ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ซึ่งมันถือว่าน้อยเกินไปสำหรับการที่จะให้นักเตะหน้าใหม่ปรับตัวเข้ากับทีมได้ทันที

    เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของทีม อาจจะคิดว่าการยื้อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ข้อเสนอในระดับที่เหมาะสมที่สุดในความคิดของเขามันเป็นผลดีต่อการเงินของทีม แต่การทำอย่างนั้นมันอาจจะส่งผลเสียต่อผลงานในสนาม ซึ่งแน่นอนว่าผลงานในสนามมันถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของทีมฟุตบอล ถ้าเกิดผลงานในสนามแย่ขึ้นมา ตัวเลขในบัญชีก็อาจจะแย่ลงตามไปด้วย

    และถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีผลงานแย่อีกแล้วล่ะก็ วู้ดเวิร์ด ก็อาจจะไม่ได้อยู่กับทีมต่อก็ได้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่นี้

ponceyhighland.com