ต้องเอาให้ได้ ! 5 เหตุผลที่แมนยูควรทุ่มเงินเป็นสถิติเพื่อคว้าแม็คไกวร์ร่วมทัพ

ชัดเจนแล้ว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษ ต้องการอำลา เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากที่มีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความสนใจอยากได้ตัวไปร่วมทีมซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะ “ปีศาจแดง” ที่แสดงความต้องการอยากใช้บริการนักเตะรายนี้อย่างมาก

    แฟนบอลมากมายอาจจะคาใจเกี่ยวกับค่าตัวของ แม็คไกวร์ ที่สูงริบลิ่ว แต่งานนี้ขอบอกว่าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัวเขามาร่วมทีมถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามหาศาลสำหรับแผนการสร้างทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ เลยทีเดียว

    ผลงานตลอด 2 ฤดูกาลกับ “เดอะ ฟ็อกซ์” และฟอร์มสุดแกร่งที่ช่วยอังกฤษ ทะลุรอบรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2018 ทำให้ แม็คไกวร์ กลายเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กชั้นยอดในวงการลูกหนังโลก   www.ufabet369.net  

แม้หากมองจากความเป็นจริงค่าตัวของ ดาวเตะวัย 26 ปีอาจจะไม่สูงถึง 85 ล้านปอนด์ (ราว 3,315 ล้านบาท) ตามที่ เลสเตอร์ ต้องการ แต่ทุกๆ คนรู้ว่านักเตะชาวอังกฤษ มักจะมีค่าตัวสูงแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อทุกๆ คนรู้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะยกระดับเกมรับ

     ข้อเสนอ 70 ล้านปอนด์ (ราว 2,730 ล้านบาท) โดนปฏิเสธแบบไม่ใยดี ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ก็พร้อมที่จะจ่ายแพงกว่านั้นซะด้วย แถมหากไปเล่นกับ “เรือใบสีฟ้า” แม็คไกวร์ จะได้รับโอกาสลงเล่นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า มากกว่าการย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูฯ ที่อยู่ในช่วงตั้งไข่ และได้เล่นแค่ยูโรปา ลีก เท่านั้น

    ฉะนั้นบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” ต้องรีบคิดรีบทำในการกระชาก แม็คไกวร์ มาร่วมทัพให้ได้ และหนทางที่ โซลชา จะนำทีมกลับไปโลดแล่นในถ้วยใบโตยุโรป พวกเขาต้องมีนักเตะชั้นดีที่เหนือกว่าผู้เล่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดย อารอน วาน-บิสซาก้า เป็นหนึ่งในนั้นแล้ว และ แม็คไกวร์ ก็น่าจะเป็นอีกรายที่จะสร้างให้ทีมคืนสู่ความแข็งแกร่งอีกครั้ง
 1. คู่อริอยากได้
    ไม่ใช่แค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากได้ปราการหลังทีมชาติอังกฤษรายนี้ไปครอบครอง แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่อริร่วมชาติ ก็แสดงความสนใจอยากได้เจ้าตัวไปกุมแนวรับซะด้วย แถมมีภาษีดีกว่าตรงที่เงินหา และได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    แน่นอนว่า อาร์เซ่น่อล ก็เป็นอีกทีมที่อยากได้ แม็คไกวร์ แต่ด้วยนโยบายของสโมสรทำให้ “ไอ้ปืนใหญ่” ไม่มีเงินมากพอที่จะแข่งบุญแข่งวาสนากับสองสโมสรแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ายินดีทุ่มยับไม่นับญาติเพื่อ สตาร์วัย 26 ปีรายนี้  

    สำหรับ แมนฯ ยูฯ เคยพลาดคว้านักเตะชั้นดีหลายรายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในขณะเดียวกันพวกเขาก็ทุ่มซื้อนักเตะผิดพลาดหลายคนเช่นกัน ฉะนั้นหากสามารถเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” ในการซื้อ แม็คไกวร์ มาร่วมทีมได้ก็น่าจะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจฮึกเหิมแม้ว่าจะต้องเสียเงินจำนวนมากก็ต้องยอม เพราะตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเป็นเป้าหมายหลักที่ทีมต้องรีบแก้ปัญหาเป็นการด่วน

2. ขุมกำลังเกมรับยังไม่ดีพอ
      ในรายของ  ลินเดอเลิฟ กองหลังทีมชาติสวีเดน เป็นผู้เล่นที่อ่านเกมขาด และยืนคุมตำแหน่งได้ดีมากๆ แต่มักจะเอาตัวไม่รอดเมื่อต้องเจอกับกองหน้าร่างยักษ์และมีความแข็งแกร่ง

ขณะที่ สมอลลิ่ง, โจนส์ และ ไบยี่ ทั้งหมดนี้มีสภาพร่างกาย, ความแกร่ง และเทคนิคดีเยี่ยม และมีคุณสมบัติที่จะเป็นแนวรับระดับท็อปคลาส แต่พวกเขาทั้ง 3 คนมีจุดอ่อนร้ายแรงที่ขวางกันความสำเร็จนั่นก็คือสภาพจิตใจเวลาที่ลงสนามช่วยต้นสังกัด

    ทั้งสามคน มีแนวโน้มที่จะสร้างความผิดพลาดมหันต์ และเสียสมาธิจนเล่นพลาด โดยเฉพาะในรายของ ไบยี่ ที่มักจะเล่นแบบใจร้อนขาดความละเอียดรอบคอบในบางครั้ง และจะเห็นว่า โซลชา ต้องหมดความอดทนกับสไตล์การเล่นที่หุนหันพลันแล่นของเขา

    สำหรับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าขาและทักษะของคู่หูแนวรับ ลองมองย้อนไปดูสุดยอดคู่หูเกมรับอย่าง จอห์น เทอร์รี่ กับ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, โซล แคมป์เบลล์ กับ โคโล ตูเร่, ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมานย่า วิดิช และอีกหลายๆคน คงเห็นชัดเจนถึงเรื่องทักษะที่พอฟัดพอเหวี่ยงกัน และมีศักยภาพในการช่วยอุดรอยรั่วของผู้เล่นอีกคนได้

        3. มีความเป็นผู้นำสูง
    หนึ่งในสิ่งที่สาวก “เร้ด อาร์มี่” พร่ำบ่นกันมาตลอดในช่วงระหว่างทีมไม่ประสบความสำเร็จในการลุ้นแชมป์ลีกนั่นก็คือบรรดานักเตะส่วนใหญ่ใช้เวลาหมดไปกับการโฆษณาตัวเอง

    ยกตัวอย่าง ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิสซานเชซ ทั้งหมดนี้ย้ายมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมกับรับเงินค่าเหนื่อยมหาศาล และมีผู้คนกดฟอลโลว์ในสื่อสังคมออนไลน์มากมายมหาศาล รวมทั้งมีอีโก้สูง แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาขาดหายไปนั่นก็คือฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา

แม้ แม็คไกวร์ จะเป็นผู้เล่นที่ค่าตัวสูง แต่เรื่องสภาพจิตใจและประวัติของเจ้าตัวไม่เหมือนกับบรรดาสตาร์ในโลกลูกหนัง เขามักจะทำงานหนัก และเป็นคนที่ติดดินมากๆ พร้อมจะทุ่มสุดตัวโดยที่ไม่กลัวว่าเสื้อผ้าจะสกปรก และไม่หวั่นว่าจะต้องบาดเจ็บด้วย

    ดาวเตะวัย 26 ปีซึ่งเกิดในเมืองเชฟฟิลด์ โลดแล่นในลีกสุงสุดมาแล้วหลายแมตช์ แต่เขาก็เลยลุยในเกมลีก วัน และ แชมเปี้ยนชิพ มาแล้ว สมัยที่ย้ายจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไปเล่นให้ ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์ (ราว 97.5 ล้านบาท) ที่สำคัญเขาเป็นคนมีการตัดสินใจที่เด็ดขาด สไตล์การเล่นของเขาน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับแข้งคนอื่นๆ

  4. อายุได้มีอนาคตยาว  
    แน่นอนว่าหากมองจากป้ายราคาที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ปักหมุดเอาไว้มันช่างมหาศาลเหลือเกิน แต่นี่คือตำแหน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการมากๆ เพราะตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก เป็นเป้าหมายหลักของ “ผีแดง” หากพวกเขาอยากประสบความสำเร็จในฤดูกาลหน้า

   5. เพลงเชียร์ของเขาเป็นเพลงที่เจ๋งที่สุด

  นี่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่จะต้องมานั่งอธิบายกันมากนัก เอาเป็นว่าลองคิดเล่นๆ ตอนที่แฟนบอล “เร้ด อาร์มี่” กว่า 75,000 คน เปล่งเสียงร้องเพลงใน “เธียเตอร์ ออฟ ดรีม” หรือ “โรงละครแห่งความฝัน” กันเอาเองก็แล้วกัน ทุกๆ คนต้องรักคำว่า “massive head” (เป็นเนื้อเพลงที่แฟนอังกฤษแต่งให้ แม็คไกวร์) ของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ แน่นอน

ตืดตามเพิ่มเติมทางนี้ ponceyhighland.com